เพลงมีส่วนช่วยในการรักษาโรคหรือไม่?

เพลง

เรื่องของการรักษาดูแลสุขภาพของเราเองนั้น หากเราไม่ดูแลตนเองก็ไม่มีครจะดูแลได้ดีเท่าแล้วหล่ะครับ ซึ่งแนวทางการรักษานั้น มีมากมายหลายแขนงที่เราเลือกใช้กันได้ ซึ่งหนึ่งในแนวทางการรักษาที่น่าสนใจที่เราจะมากล่าวถึงในบทความนี้นั้นก็คือ “การรักษาด้วยเพลง” กันครับ บทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “เพลงมีส่วนช่วยในการรักษาโรคหรือไม่?” กันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับผม

รู้จักกับ เพลงกับการรักษาโรค

เพลงสามารถมีบทบาทในการช่วยรักษาโรคได้หลายประการ ดังนี้

●การบำบัดด้วยดนตรี (Music Therapy) เป็นการใช้เพลงและดนตรีในการบำบัดรักษาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรม มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าดนตรีสามารถลดความเครียด ความวิตกกังวล ความเจ็บปวด และอาการซึมเศร้าได้

●เพลงสามารถช่วยผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้ เนื่องจากการฟังเพลงที่ชื่นชอบ จะทำให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขอย่างเอนดอร์ฟิน ซึ่งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดอาการปวดลง

●เพลงเป็นแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้มีกำลังใจในการต่อสู้กับโรค โดยเฉพาะผู้ป่วยเรื้อรังหรือมะเร็ง เพลงสามารถสร้างพลังบวกและความหวังได้

●เพลงช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองในผู้สูงอายุที่เป็นโรคสมองเสื่อม ทำให้จดจำและระลึกเหตุการณ์ในอดีตได้ดีขึ้น

การร้องเพลง เป็นการออกกำลังกล้ามเนื้ออกและปอด ช่วยบำบัดโรคระบบทางเดินหายใจได้

●เพลงบรรเลงที่ออกแบบมาเพื่อการรักษาโรคเฉพาะด้าน เช่น เสียงเพลงที่มีจังหวะคล้ายการเต้นของหัวใจ สามารถช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น

ดังนั้น เพลงจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษาโรคทั้งทางกายและใจ เป็นการบำบัดโดยไม่ใช้ยา แต่อาศัยอำนาจบำบัดจากจังหวะและความไพเราะของดนตรีแทนและนอกจกานี้ยังสามารถช่วยในเรื่องของการทำงานได้อีกด้วย

เปิดเพลงเวลาทำงานดี งานดีกว่าที่คุณคิด

หลากหลายงานวิจัยได้สรุปไว้ว่า “เสียงเพลงนั้นเปรียบเสมือน ‘Music Therapy’ การเปิดเพลงหรือมีเสียงดนตรีคลอระหว่างทำงาน จะช่วยให้อารมณ์ผ่อนคลาย ซึ่งส่งผลให้เราสามารถผลิตผลงานที่ดีออกมาได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มสมาธิให้เราโฟกัสกับงานได้ดีขึ้น และทำให้เราทำงานภายใต้สถานการณ์ที่กดดันได้ดีขึ้นอีกด้วย” ซึ่งการนั่งทำงานเงียบๆ หรือ เปิดเพลงฟังไปด้วย มีทั้งข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน และถือว่าเป็นความชอบของแต่ละคน ทั้งยังเป็นเรื่องของความต่างด้านหน้าที่การงานอีกด้วย บางคนที่ทำงานแบบไม่ต้องใช้สมาธิมากนัก การเปิดเพลงจะช่วยให้ความน่าเบื่อลดลง แต่สำหรับคนที่จำเป็นต้องจดจ่อ ต้องใช้สมาธิสูง การนั่งเงียบๆ คนเดียว อาจจะช่วยให้งานเสร็จได้มากกว่า ดังนั้นแล้วขึ้นอยู่กับความชอบเป็นหลักเลยหล่ะครับ

3 แนวเพลงที่ส่งผลต่อการทำงานที่แตกต่างกันไป

●เพลงที่เสียงเบสหนักๆ เร่งพลังและความคิดสร้างสรรค์ จากงานวิจัยในปี 2005 พบว่า เพลงที่มีเสียงเบสเป็นเสียงหลักของเพลงจะกระตุ้นให้คุณมีพลังระหว่างการทำงาน และสร้างอารมณ์ที่คึกคักโดยเฉพาะในงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์ จังหวะดนตรีประเภทนี้ได้ถูกแนะนำว่าควรฟังก่อนเริ่มต้นการประชุมเพื่อสร้างความมั่นใจ แต่ข้อเสียของเสียงเบสหนัก ๆ นี้ก็อาจจะทำให้ผู้ฟังเสียสมาธิได้ และอาจทำให้เกิดความ ไม่รอบคอบในการทำงานเกิดขึ้น

●เพลงแบบดนตรีคลาสสิค เพลงแนวนี้จะช่วยลดความตรึงเครียด จากงานวิจัยพบว่า ดนตรีคลาสสิคนั้นจะช่วยให้ผู้ฟังรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง ชะลอความดัน รวมถึงช่วยลดความเครียดในการทำงาน แนวดนตรีประเภทนี้จะเหมาะกับงานที่ต้องใช้สมาธิสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ แพทย์ พยาบาลหรือวิศวกร เป็นต้น

●เพลงบรรเลงที่มีเพียงเมโลดี้เรียบๆ ไม่มีเนื้อเพลงสร้างความสงบ ดนตรีรูปแบบนี้จะช่วยให้คนทำงานมีสมาธิ เหมาะกับงานที่ทำเป็นระยะเวลานาน และไม่มีความซับซ้อน เนื่องจากจังหวะเพลงมีเพียงเมโลดี้บรรเลงท่วงทำนองด้านดนตรีเรียบ ๆ ไม่มีเนื้อร้อง ทำให้แนวดนตรีชนิดนี้จะทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกสงบมากขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “เพลงมีส่วนช่วยในการรักษาโรคหรือไม่?” และการเปิดเพลงเพื่อช่วยในการทำงาน เป็นข้อมูลที่แปลกและดีจริงๆ ใช่มั้ยครับ หวังว่าจะช่วยเพิ่มมุมมองทางความรู้ให้กับทุกท่านกันนะ

You Might Also Like